โครงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานตำหนักเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาในวัดไจ๊กะล่อ สหภาพเมียนมา

 นักธุรกิจชาวไทยนำโดย “สมาน คุณากรไพบูลย์ศิริ” พร้อมคณะคนไทย ร่วมกันจัดสร้างอนุสรณ์สถานตำหนักสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาพร้อมรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาและบุษบก สำหรับบรรจุอัฐิของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา เพื่อเทิดพระเกียรติ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและความเสียสละของพระองค์ ณ วัดไจ๊กะลอ เมืองย่างกุ้ง เมียนมา โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

 “ผมกับคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย รู้จักกันมานาน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 คุณดนัย ได้มาพบผมและเล่าให้ผมฟังว่า ได้เดินทางไปประเทศเมียนมา ไปพบศาลของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ที่ตั้งอยู่ที่วัดไจ๊กะลอ มีความคิดที่จะให้ชาวไทยร่วมสร้างตำหนักให้ใหม่เพื่อให้สมพระเกียรติ ซึ่งคุณดนัยทราบว่า ผมรู้จักกับผู้ใหญ่ในประเทศเมียนมา จึงให้ผมขออนุญาตในการก่อสร้างตำหนักสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา” นายสมานกล่าว

โครงการจัดสร้างอนุสรณ์สถานตำหนักนี้ยังเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีและประวัติศาสตร์ที่ยืนยาวของทั้งไทยและพม่า และการก่อสร้างได้รับใบอนุญาตก่อสร้างจากทางวัดไจ๊กะลอและกรมการศาสนาของเมียนมาเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง จากวัดไจ๊กะล่อ และทางกรมศาสนาแล้ว ได้บวงสรวงสมเด็จพระสุพรรณกัลยา ที่กองทัพภาคที่ 3 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2568 และได้เริ่มดำเนินการเซ็นสัญญาก่อสร้างให้บริษัท A1 เป็นผู้ดำเนินการสร้างและเริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568เริ่มก่อสร้างวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ได้บวงสรวงวัดไจ๊กะล่อ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 และวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 จนถึงวันนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 80% คาดว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคม และฉลองประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2569

เตรียมจัดพิธีบวงสรวง ณ พิษณุโลก-วัดสระเกศ-แม่สาย เชียงราย ก่อนที่จะอัญเชิญสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาไปประทับที่วัดไจ๊กะลอ เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมานั้น จะได้อัญเชิญรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ไปยังจังหวัดพิษณุโลก ณ พระราชวังจันทร์ ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ในวันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 ซึ่งในเย็นวันที่ 4 มิถุนายน 2569 จะมีการเสวนาประวัติของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาโดยผู้เชี่ยวชาญ ต่อด้วยพิธีบวงสรวงอัญเชิญดวงจิตของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา มาสถิตที่หุ่น พร้อมทั้งการทำพิธีเทวาภิเษกรูปสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาจำลอง
วันที่ 9-16 มิถุนายน 2569 จะอัญเชิญรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา มาที่วัดสระเกศ(ภูเขาทอง) ประทับวิหารของพระอัฏฐารส ซึ่งเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดวิหารทอง อ.เมืองพิษณุโลก แล้วเชิญรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา กระทำประทักษิณรอบบรมบรรพตภูเขาทอง 1 รอบ จากนั้นเชิญรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ประดิษฐานลานหน้าพระวิหาร พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา แล้วเสร็จพิธี

โดยจะเชิญรูปปั้นสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาเข้าสู่พระวิหารพระอัฏฐารสฯ ประดิษฐานไว้บนพระแท่น วันที่ 10-16 มิถุนายน 2569 ให้ประชาชนเข้าสักการะสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา
วันที่ 18-21 มิถุนายน 2569 จะอัญเชิญสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ไปประทับที่วัดพระธาตุดอยเวา ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา รวมถึงพระอนุชาคือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ และหลวงปู่โง่น โสรโย บวงสรวงสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา จัดนิทรรศการสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา ณ บริเวณชั้นลอย ชั้น2 ทางเดินไปสกายวอล์ค วันศุกร์ที่19 – วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569

ทุกสถานที่ที่อัญเชิญสมเด็จพระสุพรรณกัลยาไปประทับ เพื่อให้ประชาชน ได้สักการะสมเด็จพระสุพรรณกัลยา จะเป็นดอกบัวสีขาว ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม จะเก็บไปทำมวลสาร เพื่อสร้างพระผง ด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จพระสุพรรณกัลยา ด้านหลังเป็นรูป 3 พระองค์ เพื่อแจกให้ประชาชนในวันฉลองตำหนักพระสุพรรณกัลยา และในวันที่อัญเชิญพระนางสมเด็จฯไปวัดไจ๊กะล่อ

 ภายในงานแถลงข่าวยังมี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ ในโครงการก่อสร้างพระตำหนักสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา , พระครูสิทธิสรกิจ (พิศุทธิ์ วิสุทฺโธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และพระอาจารย์กาญจน์ สุญาณิกโพธิ (ป.ธ.9) วัดสระเกศฯ , ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมด้วย

สำหรับเจดีย์ไจ๊กะลอ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา ปัจจุบันมีอายุ 2,334 ปี ตั้งอยู่ในเมืองมิงกะลาดอน แคว้นย่างกุ้ง โดยในพุทธศักราช 235 พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งจักวรรดิโมริยะ ได้มีการสังคายนาพระไตรปิฎก ภายใต้การกำกับดูแลของพระโมคคัลลีบุตรติสเถระ และได้ส่งพระสมณทูตเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังอาณาจักรต่างๆ 9 แห่ง โดยกลุ่มหนึ่งได้เดินทางไปยังดินแดนสุวรรณภูมิ พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า หนึ่งในเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า คือ เจดีย์ไจ๊กะลอ สร้างโดยพระเจ้าศรีมาโศกะมิน หรือพระเจ้าธิหะทีป ผู้ปกครองเมืองทะตอนร่วมด้วยพระอรหันต์ที่เดินทางมายังดินแดนสุวรรณภูมิ

“พระสุพรรณกัลยา”ขัตติยนารีผู้ยิ่งใหญ่แห่งอยุธยา ประวัติสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 17 แห่งอาณาจักรอยุธยา และปฐมกษัตริย์ราชวงศ์สุโขทัย และพระวิสุทธิกษัตรีย์ (พระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 15 แห่งอาณาจักรอยุธยา และพระสุริโยทัยแห่งราชวงศ์สุโขทัย) พระสุพรรณกัลยา ทรงเป็นพระโสทรเชษฐภคินีในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ประสูติในปีพุทธศักราช 2095 ณ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก

 สำหรับพระสุพรรณกัลยา ปรากฏพระนามในพงศาวดารพม่า ฉบับอูกาลา มหายาสะเวงจี (U Kala Mahayazawingji) และฉบับมหายาสะเวงเต๊ะ (Mahayazawinthet) และมีบันทึกผ่านทางจารีตการบอกเล่าในแวดวงนักประวัติศาสตร์ไทย ผ่านคำให้การชาวกรุงเก่า และคำให้การขุนหลวงหาวัด ระบุว่าในปีพุทธศักราช 2112 เจ้าฟ้าสองแคว (พระอิสริยยศของพระมหาธรรมราชาเมื่อครั้งได้รับการสถาปนาจากพระเจ้าบุเรงนองให้ขึ้นครองพิษณุโลก) ได้ถวายพระสุพรรณกัลยา พระชันษา 17 ปี กับบริวารและนางสนมรวม 15 คนแก่พระเจ้าบุเรงนองหรือพระเจ้าช้างเผือก ผู้ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ยอมพลัดพรากจากแผ่นดินเกิดไปเป็นองค์ประกัน ณ กรุงหงสาวดี
พงศาวดารพม่ามีการกล่าวถึงพระมเหสีองค์หนึ่งของพระเจ้าบุเรงนอง มีฉายาว่า "อะเมียวหย่ง" แปลว่า “ผู้จงรักภักดีในชาติพันธุ์แห่งตน” นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ‘อะเมียวหย่ง’ คือพระนามที่ชาวพม่าใช้เรียกขานพระสุพรรณกัลยา พระนางมีพระธิดา 1 พระองค์กับพระเจ้าบุเรงนอง ทรงได้รับพระราชทานพระนามว่า เจ้านางเมงอทเว

ภายหลังจากที่พระเจ้าบุเรงนองเสด็จสวรรคตเมื่อพ.ศ. 2124 พระเจ้านันทบุเรงขึ้นครองราชย์แทน ภายหลังจากที่พระมหาอุปราชามังกะยอชวาสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2135 จากการทำสงครามยุทธหัตถี กับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งการสิ้นพระชนม์นั้นในพงศาวดารรวมถึงคำให้การต่างๆ ทั้งของไทยและพม่าต่างก็ให้ข้อมูลต่างกันออกไปเกี่ยวกับการกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของพระสุพรรณกัลยา ในปีพุทธศักราช 2135 รวมสิริพระชนมายุ 40 พรรษา

    News


    ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา! ดาวน์นี่ ยกระดับ Soft Power ไทย เปิดรันเวย์ DOWNY LUXE SUNWAY หนุนดีไซเนอร์ไทยโชว์ศักยภาพสู่สากล


    พม. ผนึกกำลังเครือข่าย จัดงานใหญ่ “Job and Market Fair มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ ประจำปี 2569” หนุนทักษะสร้างสรรค์ สู่โอกาสไร้ขีดจำกัด มุ่งสร้างงาน-อาชีพ-รายได้ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-สังคมไทย


    สัมผัสเสน่ห์ “รสเหนือ” ผ่านสำรับอาหารและวัฒนธรรม ในกิจกรรม Local Taste of Tale ณ ชุมชนคอรุม จ.อุตรดิตถ์

    Travels


    I-SAN Raincation – Joyful in the Rain at Sakon Nakhon-Nakhon Phanom


    SIAM FANTASY @ ASIATIQUE The world class cultural and martial art show


    Agent Trip อุทัยธานีเมืองน่าเที่ยว

    Hotels


    The Oasis Spa Bangkok Sukhumvit 31


    Zantiis Ndol Villas MUAKLEK-KHAOYAI


    ที่พักเขาค้อ 3แบบ..3สไตล์

    Food&Drinks


    อันอัน เหลา อาหารจีนเบตงระดับตำนาน


    ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น


    Edo Japanese Restaurant บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น สุดพรีเมียม อิ่มจุกสะใจ!!


    Le Khwam Luck Cafe Bar & Restaurant


    ลีญอง เฟรนช์ ควิซีน อาหารฝรั่งเศสขนานแท้ในบรรยากาศอบอุ่น นั่งสบาย


    “Chyna by Tommy Tang” ร้านอาหารระดับ Global Cuisine โดย Tommy Tang สุดยอดเชฟเซเลบฯ ระดับตำนานของดาราฮอลลีวู้ด

    ติดต่อโฆษณาหรือข้อมูลเพิ่มเติม
    email : charoen70@gmail.com


    ออกแบบโดย touronthai